Skip to content

ดื่มเบียร์ก่อนไวน์ ป้องกันการเมาค้างได้จริงหรือ ?

ดื่มเบียร์ก่อนไวน์ ป้องกันการเมาค้างได้จริงหรือ ?

“ บทความนี้แปลและเรียบเรียงใหม่จากบล๊อคของสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด
หรือ Oxford University Press ที่เผยแพร่ในวันที่ 15 มีนาคม 2019 โดยคุณ JÖRAN KÖCHLING DR KAI HENSEL ”

รับฟังตัวอย่างเสียงบรรยายได้ จากตัวเล่นข้างล่างนี้ได้เลยครับ

ทุก ๆ เทศกาลหรืองานเฉลิมฉลองต่าง ๆ คงปฎิเสธไม่ได้ว่า ‘การดื่มแอลฯ’ ก็ดูเหมือนจะเป็นกิจกรรมหลักของการจัดงานดังกล่าว ตอนที่ดื่มก็สนุกอยู่แหล่ะ แต่เช้าวันถัดไปนี่สิ “แฮงค์” กันถ้วนหน้า ลุกจากที่นอนก็ไม่อยากลุก ครั้นจะนอนต่อก็ปวดหัวตุ๊บ ๆ มันพอจะมีทางไหมที่จะช่วยป้องกันอาการเมาค้างแบบนี้เนี่ย ?

อาการแฮงค์ (Hangover) หรือเมาค้าง เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นหลังจากที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากจนเกินไป โดยอาการที่พบอาจมีตั้งแต่ อาการคอแห้ง (Thrist) เมื่อยล้า (Fatigue) วิงเวียน (Nausea) ปวดศีรษะ ไปจนถึงอาการสะลึมสะลือ (Drizziness) อาการเหล่าเกิดขึ้นทุกครั้งแม้ว่านักดื่มหลายท่านจะคุ้นชินกับมันก็ตาม ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถอธิบายกลไกทั้งหมดของการเกิดอาการแฮงค์หรืออาการเมาค้างที่เกิดจากการดื่มเครื่องดิ่มแอลกอฮอล์เหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์ รวมถึงยังไม่สามารถหายาแก้อาการดังกล่าวได้ในทางการแพทย์ด้วย

“ไม่อยากแฮงค์ก็ไม่ต้องดื่มสิครับ” ใช่ครับ ผมเห็นด้วยกับข้อความนี้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ในบางเทศกาล บางงานก็อาจเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเราอาจจะต้องพึ่งพาความเชื่อเก่า ๆ ที่บอกกันมาแบบปากต่อปากอย่างเช่น ‘Beer before wine, and you’ll feel fine’ (ดื่มเบียร์ก่อนไวน์ แล้วคุณจะรอดตายจากอาการเมาค้าง) แต่บางสำนักก็บอกว่า ‘Liquor before beer, you’re in the clear!’ (ดื่มไวน์ก่อนเบียร์ เคลียร์แน่นอน!) แน่นอนว่าไม่มีใครรับประกันได้ว่าดื่มอะไรก่อนอะไรหลังแล้วจะไม่แฮงค์จริงอย่างที่เค้าบอกต่อกันมา

จากการศึกษาล่าสุดของนักวิจัยสัญชาติเยอรมันที่ได้ทำการทดลองในกลุ่มตัวอย่างแบบสุ่ม (Randomized Clinical Trial) เพื่อทำการทดสอบเรื่องการเรียงลำดับการดื่มเบียร์กับไวน์ มีผลต่อความหนักหน่วงของการแฮงค์หรืออาการเมาค้างในเช้าวันต่อมาแค่ไหน มีอาสาสมัครเข้าร่วมการทดสอบทั้งหมด 90 คนโดยที่มีปัจจัยต่าง ๆ คล้ายคลึงกันทั้ง เพศ อายุ ส่วนสูง น้ำหนักตัว พฤติกรรมการดื่ม ไปจนถึงความถี่ในการเมาค้างของแต่ละคน จากนั้นก็ทำการแบ่งกลุ่มผู้ทดสอบเป็น 3 กลุ่มแบบสุ่ม ประกอบด้วย 2 กลุ่มทดลอง (Study group) และ 1 กลุ่มควบคุม (Control group)

กลุ่มทดลองกลุ่มแรกเริ่มดื่มเบียร์พิลสเนอร์ของแบรนคาร์ลเบิร์กพรีเมียม (Carlsberg premium Pilsner) ก่อน จนกระทั่งวัดเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอลล์จากลมหายใจได้ค่าเท่ากับ 0.05% (เป็นความเข้นข้นสูงสุดที่ประเทศเยอรมันยอมรับให้ผู้ดื่มสามารถขับขี่ยานพาหนะต่อได้) จากนั้นจึงเปลี่ยนไปดื่มไวน์ขาวต่อจนกระทั่งตรวจวัดค่าได้ที่ 0.11% ส่วนกลุ่มทดลองกลุ่มที่ 2 ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบเดียวกันแต่ลำดับการดื่มนั้นตรงกันข้ามกับกลุ่มทดลองแรก โดยเฉลี่ยแล้วผู้ทดสอบในแต่ละกลุ่มดื่มเบียร์ขวดใหญ่ไป 3 ขวดกับไวน์อีกค่อนขวด สำหรับกลุ่มควบคุมนั้นดื่มเครื่องดื่มเพียงชนิดเดียว (ไม่เบียร์ก็ไวน์) จนวัดค่าได้เท่ากัน

นักวิจัยตรวจวัดระดับความ’หนักหน่วง’ของอาการแฮงค์หรืออาการเมาค้างในเช้าวันถัดมาในช่วงที่ค่าแอลกอฮอลล์ในลมหายใจกลับมาเป็นศูนย์แล้ว หลังจากนั้นก็ปล่อยเวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ (Clearing Phase) แล้วจึงให้ผู้เข้าทดสอบทุกกลุ่มเริ่มทำการสอบอีกครั้ง โดยสลับลำดับการดื่มในแต่ละกลุ่มให้ตรงข้ามกับการทดสอบรอบแรก

แต่ผลของงานวิจัยครั้งนี้ก็ไม่ได้ตอบอะไรเราได้เลย เพราะความเชื่อที่ว่ามาทั้งหมดไม่ได้ส่งผลอันใดต่อระดับความ’หนักหน่วง’ของการแฮงค์หรืออาการเมาค้างเลย แต่สิ่งนึงที่พบจากการทดลองนี้คือ ผู้หญิงจะมีความหนักหน่วงของอาการเมาค้างที่แย่กว่าผู้ชาย ส่วนปัจจัยอื่นอันได้แก่ อายุ เพศ น้ำหนักตัว หรือแม้กระทั่งประสบการณ์ของนักดื่มแต่ละคน ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเช้าวันถัดไปจะแฮงค์หนักแค่ไหน

ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่องเบียร์กับไวน์แล้ว ขอแถมข้อมูลไปอีกหน่อยแล้วกันสำหรับนักดื่มวิสกี้ทั้งหลาย จาก การศึกษาก่อนหน้านี้ ที่มีการเทียบกันระหว่างการดื่มเบอร์เบิน (Bourbon) กับ ว๊อดก้า (Vodka) ชี้ให้เห็นว่าการดื่มวิสกี้ที่กลั่นน้อย (Less distrilled whiskey) จะยิ่งทำให้อาการแฮงค์ในเช้าวันถัดไปแย่กว่าอย่างเห็นได้ชัด (การทดลองนีี้อาจไม่ได้ครอบคลุมกับวิสกี้ในบ้านเรานะครับ เพราะมอลต์ที่เอามากลั่นนั้นต่างกันกับที่เราใช้) ยังไงก็ลองเอาผลการวิจัยนี้ไปลองปรับใช้กับโอกาสหน้าที่เพื่อน ๆ ต้องดื่มกันดูนะครับ

ในมุมของผู้เขียนบทความคิดว่าสิ่งเดียวที่จะใช้ประเมินว่าเช้าวันถัดไปของแต่ละคนจะหนักหน่วงขนาดไหนหลังจากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์นั้น คงมีแค่สัญชาตญาณของผู้ดื่มเท่านั้นแหล่ะครับ และแน่นอนครับ การที่เราต้องมาทนทุกข์ทรมานในเช้าวันถัดไปของการดื่มนั้น คงเป็นสัญญาณของร่างกายที่คอยบอกเราว่าคุณดื่มมันเยอะไปซึ่งมันไม่ดีต่อสุขภาพของคุณเองนั่นแหล่ะครับ

Source : https://blog.oup.com/2019/03/beer-wine-hangovers-study/
Translated : DocuNounce
Я. MAR 20, 2020

ดื่มเบียร์ก่อนไวน์ ป้องกันการเมาค้างได้จริงหรือ ?

ม่อน (ณัฐวุฒิ)

ผู้ เขียนบทความ

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามา
รับชมตัวอย่างผลงานจากทางเรานะครับ
หากผลงานโดนใจแล้วหล่ะก็
อย่าลืมติดต่องานเข้ามานะครับ 

ติดตามเราได้ที่นี่